วันที่ 30 มิถุนายน 2553 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 โดยได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล ลำดับที่ 255 มีพันธกิจในการแก้ไขปัญหาความยากจน การพัฒนาการศึกษา และการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้สามารถได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยเท่าเทียมกันเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงที่สุดและกลับมาพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง
วันที่ 30 มิถุนายน 2553 บริจาคทุนให้ บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน (รามอินทรา)
บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อนนี้ มีเด็กตาบอดและพิการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น พิการทางสมอง โปลิโอ ฯลฯ ประมาณ 45 คน ส่วนหนึ่งจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งกำลังฟื้นฟู ให้เข้าร่วมเรียนหนังสือกับเด็กปกติ
บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน อยู่ในความดูแลของ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ 3 มิถุนายน 2553 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานกำเนิดโดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ. 2535 เมื่อทรงทราบว่า รศ. นพ. เทอดชัย ชีวะเกตุ สามารถประดิษฐ์ขาเทียมที่มีน้ำหนักเบา จากขยะพลาสติกและมีราคาถูกกว่าขาเทียมต่างประเทศ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง มูลนิธิขาเทียมขึ้นเพื่อทำขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ ด้อยโอกาสโดยไม่คิดมูลค่าและไม่เลือกเชื้อชาติศาสนา
วันที่ 3 มิถุนายน 2553 ร่วมบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัด ลพบุรี
วัดพระบาทน้ำพุ ของท่านเจ้าคุณพระอุดมประชาทร เป็นวัดที่เอื้ออาทรต่อเด็กและผู้ป่วยโรคเอดส์ ทางวัดจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากในการรักษา และดูผู้ป่วย ทางเราจึงร่วมทำบุญถวายปัจจัย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางวัดค่ะ
วันที่ 30 เมษายน 2553 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานกำเนิดโดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ. 2535 เมื่อทรงทราบว่า รศ. นพ. เทอดชัย ชีวะเกตุ สามารถประดิษฐ์ขาเทียมที่มีน้ำหนักเบา จากขยะพลาสติกและมีราคาถูกกว่าขาเทียมต่างประเทศ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง มูลนิธิขาเทียมขึ้นเพื่อทำขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ ด้อยโอกาสโดยไม่คิดมูลค่าและไม่เลือกเชื้อชาติศาสนา
วันที่ 30 เมษายน 2553 ร่วมบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัด ลพบุรี
วัดพระบาทน้ำพุ ของท่านเจ้าคุณพระอุดมประชาทร เป็นวัดที่เอื้ออาทรต่อเด็กและผู้ป่วยโรคเอดส์ ทางวัดจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากในการรักษา และดูผู้ป่วย ทางเราจึงร่วมทำบุญถวายปัจจัย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางวัดค่ะ
วันที่ 7 มีนาคม 2553 บริจาคทุนให้ บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน (รามอินทรา)
บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อนนี้ มีเด็กตาบอดและพิการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น พิการทางสมอง โปลิโอ ฯลฯ ประมาณ 45 คน ส่วนหนึ่งจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งกำลังฟื้นฟู ให้เข้าร่วมเรียนหนังสือกับเด็กปกติ วันที่ 26 มกราคม 2553 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานกำเนิดโดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ. 2535 เมื่อทรงทราบว่า รศ. นพ. เทอดชัย ชีวะเกตุ สามารถประดิษฐ์ขาเทียมที่มีน้ำหนักเบา จากขยะพลาสติกและมีราคาถูกกว่าขาเทียมต่างประเทศ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง มูลนิธิขาเทียมขึ้นเพื่อทำขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ ด้อยโอกาสโดยไม่คิดมูลค่าและไม่เลือกเชื้อชาติศาสนา
วันที่ 26 มกราคม 2553 ร่วมบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัด ลพบุรี
วัดพระบาทน้ำพุ ของท่านเจ้าคุณพระอุดมประชาทร เป็นวัดที่เอื้ออาทรต่อเด็กและผู้ป่วยโรคเอดส์ ทางวัดจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากในการรักษา และดูผู้ป่วย ทางเราจึงร่วมทำบุญถวายปัจจัย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางวัดค่ะ
วันที่ 9 ธันวาคม 2552 บทบทุนสร้างอาคารเรียน โรงเรียนสัมฤทธิบุญวิทยา
โรงเรียนสัมฤทธิบุญวิทยา เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ได้ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น จำนวน ๑๐ ห้อง โดยการริเริ่มขออนุญาตจัดตั้งของพระครูวิจิตรธรรมสาธกเจ้าอาวาสวัดสัมฤทธิบุญ โดยได้รับความเมตตานุเคราะห์จากพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมหาโพธิวงศาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ เป็นผู้จัดการ พระมหาวรพงษ์ ยสชาโต เป็นผู้อำนวยการ เห็นชอบสนับสนุนอนุญาตให้เปิดขยายห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คือ ชั้น ม.๑ ๓ โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา (ห้องเรียนวัดสัมฤทธิบุญ)
การบริหารจัดการ และการจัดการศึกษามีการจัดการเรียนการสอนตามระเบียบว่าด้วยการจัดการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สังกัดกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ นำเอาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมาจัดการเรียนการสอน ระดับช่วงชั้นที่ ๓ พร้อมกับใช้หลักศรัทธา ปสาทะ หลักพรหมวิหารธรรม และความเสียสละของทุกฝ่าย ควบคู่กันไป ทางโรงเรียนได้แบ่งการบริหารการจัดการออกเป็น ๓ ฝ่าย ดังนี้ คือ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายธุรการ ฝ่ายปกครอง
หน้า 1 | 2 | 3
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||