ชาวเนทวิจารณ์ Gamer Guard ไร้คุณภาพ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ใหม่   
วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2013 เวลา 04:11

ชาวเนทวิจารณ์ Gamer Guard ไร้คุณภาพ

เว็บ pantip ได้มีคุณ joyka  ได้นำทดสอบ โปรแกรม Gamer Guard
โปรแกรมป้องปรามการเล่นคอมพิวเตอร์ของบุตรหลาน ผลงานของกระทรวงวัฒนธรรม

Gamer Guard

ซึ่งแท้จริงแล้วโปรแกรมนี้ไม่ได้บล็อกเกมได้ แค่ทำได้แค่เตือนเวลา (หากเลินเกิน 6 ชั่วโมงก็ไม่แสดงผลเวลาด้วย)
รวมไปถึงการเก็บสะสมการใช้งานว่า เครื่องนี้ได้เล่นอะไรบ้าง
รวมไปถึงการเตือนเด็กๆ ด้วยระบบแจ้งเตือน

โดยโปรแกรมนี้มันจะออโต้ดีเทคเว็บบราวเซอร์ทันที (กล่าวคือ ถ้าเปิดบราวเซอร์มันจะเริ่มเก็บสถิติ)
ซึ่งก็เมื่อเราใส่ไปแล้ว กดเซฟ และวางมันลง มันจะ lock ตัวเองทันที โดยจะไปอยู่ที่งานเบื้องหลังในส่วน Notification Area Icons

ซึ่งสามารถ Task Manager ได้ง่ายๆ

นั่นคือ ถ้าหาก กด Task Manager แล้ว ทำการ จบการทำงานถาวรไป โปรแกรมนี้ก็จะง่อย ไม่สามารถจัดการได้จนกว่าจะเปิดเครื่องอีกครั้ง
(ไม่นับว่าเรา ถอดโปรแกรมนี้ออกจากเครื่องได้โดยไม่ต้องใช้รหัส)

หน้าที่ๆ มันทำก็คือแจ้งเตือนข้อมูลเท่านั้น

Gamer Guard

Gamer Guard

Gamer Guard

Gamer Guard

ทว่าพอเลย 4 ชั่วโมงก็จะเป็นแบบที่เห็น เหลือ 0 ชั่วโมงเฉยๆ เสียแบบนั้น

ทำให้เหล่าแฟนเพจชื่อดังหลายแห่งต่างทะยอยแชร์ด้วยความขบขันและวิพากษ์วิจารณ์ถึงงบประมาณที่เสียไป

แน่นอนว่า กระทรวงบ้านเราส่วนมากยังมีความคิดที่ค่อนข้างไม่เข้าใจ และยังปรารถนาจะควบคุมเทคโนโลยีอยู่มาก

ล่าสุด ข่าวจาก blognone

จัดงานประชุมว่าด้วยเทคโนโลยีและสิทธิพลเมืองครั้งที่ 2
“หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง:ความเป็นส่วนตัวออนไลน์และการสอดส่องการสื่อสาร”

ในการบรรยายปาฐกถานำ พล.ต.ท.ดร.ประวุฒิ ถาวรศิริ
ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สทส.ตร.) ได้กล่าวถึง “ข้อเสนอ”

ให้มีการ “ขออนุญาต” ก่อนใช้ App ในประเทศไทย

คุณ ประวุฒิระบุว่าที่ผ่านมาการขอความร่วมมือขอหลักฐานนั้นขอไม่เคยได้ และการใช้ smartphone ก็ตามตัวได้ยากเพราะไม่มีการจดทะเบียนเป็นระบบ
ข้อ เสนอคือให้มีการถ่ายภาพก่อนซื้อซิมมาใช้งาน ส่วนแอพพลิเคชั่นขออนุญาตก่อนใช้แอพในประเทศตามบริบทประเทศ โดยยกตัวอย่างประเทศแถบตะวันออกกลาง

ที่มาจากทวีต @thainetizen

แน่นอน เป็นแค่การเสนอแนวคิด ที่ไม่มีความรู้ด้านนี้อย่างมากทั้งๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่สายตรง
เพราะว่าตลาดในบ้านเราคงไม่มีใครมาขออนุญาต และหากขายใน store ไทยไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาเพราะ นำมาจากต่างประเทศได้
ซี่งแท้จริง หากนับแค่ Apple บรรดา App ของ บริษัทก็ค่อนข้างกรองพอสมควรแล้ว นะในกฎหมายของประเทศเสรี
ผ่าน ประเทศเราน่าจะผ่านนะ