RICHMANTOOL VARIETY

จำนวนผู้เข้าชม

676972
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1267
1822
4761
383523
18472
29478
676972

Your IP: 3.236.126.101
2020-07-14 22:52

 

            ในปี 2018 ที่ผ่านมา Huawei ประสบความสำเร็จในการดันยอดขายสมาร์ตโฟน กลายเป็นผู้ผลิตที่ครองส่วนแบ่งมากที่สุดเป็นอันดับสองแซงหน้า Apple ไปได้ ตามเพียง Samsung เท่านั้น ล่าสุดบริษัทเปิดตัว Huawei P30 ซีรีส์สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับความสามารถด้านกล้องที่เหนือคู่แข่งไปไกลมากเลยทีเดียวครับ

            หลังจากจบ Keynote หรืองานเปิดตัว ทาง GSMArena สื่อต่างประเทศได้เข้าสัมภาษณ์ Richard Yu, CEO ของ Huawei ในเรื่อง กล้องของ Huawei P30 Pro, สมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้, โครงข่าย 5G, อนาคตของ AI และคู่แข่ง

กล้องหลังขั้นเทพ แต่ทำไมกล้องหน้าดันไม่รองรับ Autofocus?

           ระบบซูม Optical 5x บนสมาร์ตโฟนนั้นเป็นอะไรที่มีความสำคัญมาก มันช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการถ่ายภาพ ซึ่ง Huawei ภูมิใจระบบซูมนี้บนเรือธงมาก

           ในส่วนของกล้องหน้าที่ยังไม่มีรองรับ Autofocus หรือใช้ Fix focus, Yu บอกว่า จริงๆ ในการถ่ายภาพเซลฟี่จะมีระยะเพียงช่วงแขนของเรา ทำให้ระบบ Autofocus ไม่จำเป็น ซึ่งส่วนที่สำคัญจริงๆ นั้นอยู่ที่เซ็นเซอร์มากกว่า กล้องหน้าของ Huawei P30 ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 32 ล้านพิกเซลที่สามารถ่ายภาพได้แม้ในที่แสงน้อย รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่เป็นไปได้ยากอีกด้วย ที่สำคัญ หากมีระบบ Autofocus รอยบากบนหน้าจอห็จะต้องใหญ่กว่านี้อีก

ทำไม Huawei P30 ไม่รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps?

            Yu บอกว่ามีเหตุผลสำคัญสองอย่างคือ อย่างแรก วิดีโอความละเอียดถึง 4K นั้นจะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อเปิดบนมอนิเตอร์หรือทีวีขนาดใหญ่เท่านั้น อย่างที่สอง การถ่ายวิดีโอ 4K กินพื้นที่เครื่องเยอะมาก ซึ่งความละเอียด Full HD นั้นก็เพียงพอแล้ว

ในเมื่อกล้องก็ดีอยู่แล้ว ยังจำเป็นหรือไม่ที่ต้องไปเปรียบเทียบกับค่ายอื่นๆ อีก?

            ในงานเปิดตัว Huawei P30, Yu แสดงภาพเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเรือธงยอดนิยมอย่าง iPhone XS และ Galaxy S10 ซึ่งเขาตอบคำถามข้อนี้ว่า “กล้อง Huawei ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่มีหลายคนที่อาจจะยังไม่รู้ ซึ่งเราอยากให้ทุกคนรู้ว่า หากอยากได้สมาร์ตโฟนที่มีกล้องดีที่สุดให้เลือก Huawei”

 

ขอบคุณที่มา  https://www.beartai.com/news/itnews/319008