RICHMANTOOL VARIETY

จำนวนผู้เข้าชม

464547
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6
624
630
177801
14942
24893
464547

Your IP: 3.233.239.20
2019-12-16 00:07

  ฝุ่น PM2.5 กับปัญหาคนท้อง หากคุณแม่รับฝุ่นพิษ-ละอองสิ่งสกปรกประจำ อาจทำให้ลูกในครรภ์เสี่ยงเติบโตช้า น้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน พัฒนาaการทางสมองไม่ดี วันนี้มาดูวิธีรับมือเบื้องต้นกันค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีว่าบ้านเราในตอนนี้ กำลังประสบปัญหาฝุ่นละอองพิษ PM2.5 อย่างหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพ ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบหมุนเวียนเลือด รวมถึงระบบการทำงานของสมอง และอาจส่งผลกระทบต่อเราทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ลูกในท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่มีผลวิจัยออกมาแล้วว่า การที่คุณแม่ได้รับมลภาวะทางอากาศเป็นประจำ อาจทำให้ลูกน้อยเสี่ยงเกิดภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ พัฒนาการทางสมองช้า รวมถึงอายุขัยสั้นกว่าปกติอีกด้วย 

          และเชื่อว่ามีคุณแม่ที่กำลังกังวลใจอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ? วันนี้กระปุกดอทคอมจะขออาสาพาไปไขข้อข้องใจกันว่า PM2.5 อันตรายอย่างไรกับลูกในครรภ์ เพราะอะไรถึงทำร้ายลูกน้อยได้ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวค่ะ

 

ทำไมฝุ่น PM2.5 ถึงกระทบต่อลูกในครรภ์


          นั่นเป็นเพราะว่าขนาดของฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือเล็กกว่าเส้นผมถึง 20+ เท่า ซึ่งสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ทำให้สารพิษส่งต่อจากเลือดผ่านสายสะดือไปสู่เด็ก รวมถึงการที่คุณแม่หายใจได้ไม่เต็มปอด ยังทำให้ร่างกายนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงลูกในครรภ์ไม่เพียงพออีกด้วย นอกจากนี้ หากคุณแม่โชคร้าย เกิดเป็นโรคภัยที่มาจากฝุ่นละออง อันได้แก่ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด และโรคติดเชื้อเฉียบพลัน อาการผิดปกติทางร่างกายในระยะแรกเริ่มของโรคเหล่านี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อลูกในครรภ์แน่นอนอยู่แล้ว

          ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าเพิ่งกังวลใจกันไปนะคะ เพราะผลกระทบร้ายแรงเหล่านี้จะเกิดขึ้น เมื่อคุณแม่รับฝุ่นละอองติดต่อมากเกินไปเป็นระยะเวลานาน ถ้ารู้จักป้องกันและดูแลสุขภาพก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วค่ะ ว่าแล้วก็ไปดูวิธีรับมือฝุ่นละอองที่นำมาฝากกันค่ะ

วิธีรับมือฝุ่นละอองเบื้องต้นฉบับแม่ท้อง

          1. ใส่หน้ากากอนามัย N95 : แม่ท้องควรสวมหน้ากาก N95 มากกว่าหน้ากากผ้าธรรมดา เพราะมีประสิทธิภาพป้องกันและกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดีกว่า แนะนำให้ใส่แบบมีวาล์วเปิด-ปิดจะหายใจได้สะดวกกว่า แต่ถ้าหาซื้อยาก สามารถใช้หน้ากากกัน PM2.5, FFP2, P2 หรือ R95 ทดแทนได้ อาจใส่เพิ่มทับ 2 อันตามความเหมาะสมและความสบายใจ อย่าลืมเปลี่ยนทุกวันเพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกหมักหมมด้วยนะคะ

           2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านดูแลความสะอาดให้ดี : แม่ท้องไม่ควรออกไปไหนมาไหนในสภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นควัน ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการอยู่ในบ้าน และใช้วิธีลดฝุ่นละอองในบ้าน โดยการปิดหน้าต่าง-ประตูให้มิดชิด เช็ดถูรอบบริเวณบ้านด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกแทนการใช้เครื่องดูดฝุ่น รวมถึงใช้เครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรองอากาศ HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) เพราะสามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงขนาด 0.3 ไมครอน

          3. งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นควัน : ควรงดกิจกรรมทั้งหมดจนกว่าค่า PM2.5 ในอากาศจะดีขึ้น โดยไม่ควรทำกิจกรรมปิ้งย่าง จุดเตาถ่าน สูบบุหรี่ เผากระดาษ-สิ่งของ และจุดธูป-เทียน เป็นต้น

          4. ปลูกต้นไม้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน : ผู้ช่วยจากธรรมชาติที่เป็นมิตรกับมนุษย์อยู่เสมอ เพียงปลูกต้นไม้กระถางเล็ก ๆ ตามมุมบ้าน จะสามารถช่วยกรองอากาศให้ดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงการรดน้ำต้นไม้ทุกวัน ยังช่วยลดฝุ่นละอองได้เบื้องต้นอีกด้วย

         5. หากรู้สึกไม่สบายตัวควรพบแพทย์ทันที : เมื่อรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง มีอาการไอ จาม คัดจมูก แสบรอบดวงตา รวมถึงแสบคอ คุณแม่ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันทีอย่ารอช้า รวมถึงต้องตรวจครรภ์เป็นประจำอย่าให้ขาด จะได้รับมือ บำรุง และป้องกันได้ทันท่วงที โดยเฉพาะคุณแม่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่า PM2.5 สูง

          หากปัญหานี้แก้ได้เร็ววันเราก็จะกลับมาสูดออกซิเจนได้เต็มปอดเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ ส่วนตอนนี้ขอให้ทุกคนอดทน ทำตามคำแนะนำ และรักษาสุขภาพกันไว้ให้ดี เพื่อความปลอดภัยในระยะยาวนะคะ 

ข้อมูลจาก : sciencedaily.com, ehp.niehs.nih.gov, eurekalert.org, cambridgemask.com, time.com

 

ขอบคุณที่มา https://baby.kapook.com/view205006.html

โปรแกรมหวย richmantool