mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday59
mod_vvisit_counterYesterday91
mod_vvisit_counterThis week768
mod_vvisit_counterLast week891
mod_vvisit_counterThis month3019
mod_vvisit_counterLast month4082
mod_vvisit_counterAll days248471
เปรียบเทียบความเร็ว Micro SD 15 รุ่น 6 ยี่ห้อ เร็วจริงหรือแค่ราคาคุย PDF พิมพ์ อีเมล
วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฏาคม 2014 เวลา 16:47

เปรียบเทียบความเร็ว Micro SD 15 รุ่น 6 ยี่ห้อ เร็วจริงหรือแค่ราคาคุย

 คุณเคยปวดหัวเวลาเดินไปซื้อ Micro SD ตามห้างให้กับโทรศัพท์เครื่องเก่งของคุณหรือเปล่า มีหลากหลายยี่ห้อ หลายราคาเหลือเกิน ตัวเลข Class บนการ์ดมีความหมายยังไง แล้วทำไม Class เดียวกัน เลขเดียวกันราคาถึงต่างกัน ความเร็วต่างกันหรือเปล่า แล้วตัวเลขความเร็วกี่เท่ามันจะเร็วจริงตามนั้นหรือไม่

เอาล่ะครับ เนื่องจากผมก็เคยเจอปัญหานี้มาก่อน ผมเลยคิดว่าจัดทดสอบมันซะเลย จะได้รู้ชัดๆว่าของจริงมันเป็นยังไง แต่ละตัวเร็วสมราคาคุยหรือไม่ แต่ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดการทดสอบ และผลสรุปในตอนท้าย มาทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับ SD Card กันก่อน

1. อย่างแรกเลย SD กับ Micro SD ถือว่าเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตัว Micro SD ก็สามารถแปลงเป็น SD ใช้ได้แทนกันโดยสมบูรณ์ เพียงแต่ Micro SD ได้ทำให้มันเล็กลงเพื่อให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ในโลกไอทีของเราที่นับวันมันจะ ยิ่งเล็กลงทุกวัน ในบททดสอบนี้ ถ้าผมพูดถึง SD นั่นหมายถึง Micro SD ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันนะครับ

2. อุปกรณ์ของเราสนับสนุนหรือไม่ โดยปัจจุบันได้มีมาตรฐานใหม่ของ SD ที่เรียกว่า SDXC ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนความจุของ SD ที่มากขึ้นและความเร็วที่เร็วขึ้น แล้วมาตรฐานเดิมล่ะ เค้าจะเรียกว่า SDHC นะครับ โดยอุปกรณ์ที่ใส่ SD ได้ในตอนนี้จะสนับสนุน SDHC ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าจะซื้อ SDXC ให้ดูว่าอุปกรณ์ของเราสนับสนุน SD ชนิดนี้หรือไม่ แต่อุปรณ์ในช่วงหลายปีมานี้ที่ออกมาส่วนใหญ่แทบจะทั้งหมดจะสนับสนุน SDXC อยู่แล้ว ถ้าไม่แน่ใจให้เช็คสเปคก่อนซื้อกันความผิดพลาดนะครับ

3. Class ของ SD ซึ่งปกติจะเป็นตัวเลข 2, 4, 6 ,10 อยู่ในเครื่องหมายกลมๆ อันนี้เรียกแบบทั่วไปว่า SD Speed Class ตัวเลขยิ่งมากยิ่งดีนะครับ (แต่ไม่ได้หมายความว่าเลขมากกว่าจะเร็วกว่าเลขน้อยกว่าเสมอไป) แต่ตอนนี้บางทีเราจะเห็นเลข 1 แต่จะไม่ได้อยู่ในเครื่องหมายวงกลมแล้วนะครับ แต่จะอยู่ในเครื่องหมาย U ซึ่งอันนี้จะเรียกว่า SD UHS Speed Class (UHS ย่อมาจาก Ultra High Speed) โดยที่ความเร็วนี้จะเริ่มที่ 1 ซึ่ง โดยปกติ UHS Speed Class 1 ก็จะเร็วกว่า หรืออย่างน้อยไม่ช้าไปกว่า SD Speed Class 10 นะครับ มาดูตารางเปรียบเทียบกันได้ครับ (ข้อมูลจากเวปwww.sdcard.org)

ทีนี้มาเริ่มทดสอบกันเลยครับ

วิธีที่ใช้ในการทดสอบมีดังนี้

1. ผมเอา SD Card มาร่วมวงทดสอบด้วยจำนวน 4 ตัว จะมีทั้งตัวธรรมดาแบบ Class 4, 6 และตัวเร็วอีก 2 ตัว

Panasonic 8G Class 6

Sandisk Ultra 16G Class 4

Sony SF32UX 32G (UHS 1) ราคา 4,490

Sandisk Extreme Pro 64G (UHS 1) ราคา 5,390

2. มี Micro SD จำนวน 11 ตัวในการทดสอบ มีตั้งแต่แบบธรรมดาจนถึงแบบเร็วของหลายๆยี่ห้อ หลายความจุ

Sandisk 16G Class 2

Kingston 16G (UHS 1) ราคา 490

Sandisk Ultra 16G Class 10 ราคา 660

Sandisk Ultra 64G (UHS 1) ราคา 2,750

Strontium 466X 32G (UHS 1) ราคา 990

Sandisk Extreme 32G (UHS 1) ราคา 1,690

Transend Premium 300X 32G (UHS 1)

Transend 64G (UHS 1)

Sandisk Extreme 64G (UHS 1)

Sandisk Extreme Plus 64G (UHS 1) ราคา 4,890

Strontium 566X 64G (UHS 1) ราคา 2,190

รวม SD และ Micro SD ที่ใช้ในการทดสอบ

3. ผมจะทดสอบโดยใช้ Notebook ร่วมทดสอบด้วย โดยผมใช้ MacBook Pro ในการทดสอบ และใช้โปรแกรม AJA System Test โดยใช้ขนาดไฟล์ 512MB ในการทดสอบความเร็วในการอ่านและเขียน และทดสอบดังนี้

3.1 ใช้ตัวอ่าน SD ที่ติดมากับเครื่อง MacBook Pro

3.2 ใช้ตัวอ่าน SD ยี่ห้อ Transend เป็นแบบ USB 3.0

3.3 ใช้ตัวอ่าน SD ยี่ห้อ Sandisk เป็นแบบ USB 2.0

3.4 ใช้ตัวอ่าน SD ยี่ห้อ Lexar รุ่น Professional เป็น USB 3.0

3.5 โทรศัพท์ Smart Phone ที่ใช้ทดสอบ ผมใช้ Oppo Find 7 เพราะว่าเป็นรุ่นใหม่ตัวเดียวที่ยังเป็น Android 4.3 และสามารถใช้โปรแกรม SD Tools ในการทดสอบความเร็วในการอ่านเขียน SD ได้ ส่วนตัวอื่นๆที่เป็น Android 4.4 KitKat ไม่สามารถทดสอบได้ เพราะ OS ไม่อนุญาติให้ทำการเขียนไฟล์ลง SD ได้โดยตรง ส่วนโปรแกรมอย่าง A1 SD Bench ที่สามารถใช้บน KitKat ก็ให้ผลที่ไม่มีความแน่นอน เลยตัดสินใจใช้ตัวเดียวในการทดสอบ

หน้าตาโปรแกรม AJA System Test

หน้าตา Card Reader ที่ใช้ในการทดสอบ

ทีนี้มาดูผลในการทดสอบกันครับ ผมจะลงผลทั้งหมดเลย แล้วค่อยมาอธิบายในรายละเอียดนะครับ

เริ่มจากความเร็วในการเขียนก่อนเลยครับ

เรื่องความเร็วในการเขียนมีความสำคัญสำหรับคนที่ถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอ อยู่บ่อยๆ ยิ่งถ้าถ่ายวีดีโอ 4K แล้วล่ะก็ ถ้า Micro SD ที่ใช้ไม่เร็วพอ วีดีโอที่ได้จะกระตุกอย่างชัดเจนเลยนะครับ จะเห็นได้ว่า Sandisk Extreme ทั้งหลายจะมีความเร็วในการเขียนอยู่ในกลุ่มผู้นำ ส่วน Strontium 566X ก็ถือว่าเร็วเช่นกัน แต่ยังแพ้ Sandisk Extreme ส่วน Transend กับ Strontium 466X ก็เร็วรองๆลงมาอีกหน่อย ส่วน Sandisk Ultra กับ Kingston Class 10 ก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ และที่แน่ๆเลย ควรหลีกเลี่ยง Micro SD พวกรุ่นเก่าๆแบบ Class 2 ให้ไกล เพราะถือว่าช้ามากครับ

ทีนี้มาเรื่องความเร็วในการอ่านบ้างครับ

เรื่องความเร็วในการอ่านก็มีความสำคัญเช่นกัน คนที่ถ่ายภาพจำนวนมากเก็บไว้ เวลาเรามาเปิดดูภาพ ถ้า Micro SD อ่านข้อมูลได้ช้า เราก็อาจจะเห็นรูปขึ้นมาไม่ทันใจ ทำให้เครื่องเหมือนกระตุกก็เป็นได้ ผลทดสอบความเร็วในการอ่านข้อมูลนี้ ส่วนใหญ่รุ่นใหม่ๆที่ความเร็วสูงก็ถือว่าน่าพอใจแทบทุกตัว

จุดที่ควรสังเกต

1. ความเร็วที่เขียนแปะไว้ตามข้างกล่อง เค้าจะหมายถึงความเร็วในการอ่านข้อมูล ไม่ใช่ความเร็วในการเขียนข้อมูล และเทียบแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น อาจจะอ่านเร็วมากแต่เขียนช้าหน่อย หรือบางรุ่นอาจจะอ่านช้ากว่าหน่อยแต่ก็เขียนเร็วกว่าอีกรุ่นนึง

2. ความเร็วที่ทดสอบจะไม่ได้ความเร็วเต็มตามที่เขียนไว้ข้างกล่อง ใกล้เคียงที่สุดคือใช้คอมพิวเตอร์และใช้ Card reader แบบดีๆก็จะทำความเร็วได้ใกล้เคียงกับที่ติดไว้ข้างกล่อง

3. Card Read ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์มีผลต่อความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลอย่างมาก ถ้าเราใช้ Card reader รุ่นเก่าๆ หรือของที่ราคาถูกไม่เน้นคุณภาพ ก็จะทำให้เราไม่สามารถดึงความเร็วที่แท้จริงของ SD Card ออกมาได้เลย

สำหรับข้อมูลดิบที่เป็นตาราง ผมลงไว้ให้เผื่อใครจะสนใจนะครับ

วันนี้จบแค่นี้นะครับ ใครมีอะไรอยากถามเพิ่มเติมให้ถามไว้ด้านล่างนะครับ แล้วถ้าตอบได้จะตอบให้ครับ แล้วเจอกันกับผลทดสอบกล้องชุดใหญ่เร็วๆนี้ครับ