mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday17
mod_vvisit_counterYesterday96
mod_vvisit_counterThis week394
mod_vvisit_counterLast week891
mod_vvisit_counterThis month2645
mod_vvisit_counterLast month4082
mod_vvisit_counterAll days248097
9 เหตุผลช่วยห้ามใจ ให้ไม่อยากได้ iPhone 6 PDF พิมพ์ อีเมล
วันจันทร์ที่ 08 ธันวาคม 2014 เวลา 05:26

9 เหตุผลช่วยห้ามใจ ให้ไม่อยากได้ iPhone 6

ครับ! คุณไม่ได้อ่านหัวข้อโพสต์นี้ผิดแต่อย่างใด เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายรวบรวมเอาสารพัดเหตุผลที่คุณควรซื้อ iPhone 6 มาให้อ่าน จนหลายๆ คนคล้อยตามเกิดอาการอยากได้ขึ้นมา


แต่สำหรับคนที่ไม่อยากจะเสียเงินให้กับ iPhone 6 ล่ะ? คุณอาจจะต้องการเหตุผลบางอย่าง ที่ช่วยสนับสนุนแนวคิดของคุณ เพื่อที่จะรอดจากการเสียเงินให้ Apple ในรอบนี้ มาครับ! ผมจะช่วยคุณเอง!

1. เพราะ iPad mini ที่มี ยังใช้งานได้ดีอยู่

1

คงต้องยกความดีความชอบให้กับคนที่มี iPad mini ใช้งาน เพราะในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ว่า iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus จะมีหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่าเดิมก็จริง แต่สำหรับคนที่พกพา iPad mini ติดตัวอยู่เป็นประจำอยู่แล้วล่ะก็ หน้าจอใหญ่ๆ ของ iPhone 6 แทบจะไร้ประโยชน์ไปเลย ซึ่งปรกติแล้วผู้ที่ใช้งาน iPad mini ส่วนใหญ่ จะหยิบตัว iPad ขึ้นมาเล่นแทน iPhone ที่อยู่ในกระเป๋าเป็นหลัก

และเราก็คิดว่า ความลำบากในการพกพา iPhone 6 Plus และ iPad mini ไม่น่าจะต่างกันมากซักเท่าไร เพราะในความเป็นจริง ไม่น่าจะมีใครสามารถยัด iPhone 6 Plus ลงกระเป๋ากางเกงเหมือน iPhone 5s ได้อยู่แล้ว ซึ่งพอต้องพกพาแบบใส่กระเป๋าสะพาย ทำไมไม่เลือก iPad mini ที่ขนาดหน้าจอใหญ่กว่า เล่นแอพได้สนุกกว่า ติดตัวแทนไปเลยล่ะ? แถมยังได้ประหยัดแบตเตอรี่ของ iPhone ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง เอาไว้โทรออก หรือรับสาย ในช่วงเวลาสำคัญๆ ได้อีกด้วย

2. เพราะนี่เป็นช่วงใกล้สิ้นปี และการเก็บเงินไว้ซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องที่ดี

2

ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องตลก แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีคนจำนวนมากต้องเสียภาษีแบบเต็มอัตรา ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่รู้ว่าอะไรสามารถเอาไปลดหย่อนได้บ้าง โอเคครับ! เราไม่ได้จะบอกว่าการเสียภาษีเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่การลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีให้ดูเหมาะสมกับตัวเราก็ดูเป็นเรื่องที่ชาญ ฉลาดไม่ใช่หรือ? ว่าแล้วก็ลองมาดูราคาค่าตัวของ iPhone 6 รุ่นใหม่กันซักหน่อย ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่า iPhone 6 นั้นราคาจะอยู่ที่ราวๆ 25,000-35,000 บาท โดยสำหรับจำนวนเงินเท่านี้ หากเรานำไปซื้อ LTF/RMF ก็จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่เราซื้อแบบ 100% (รายละเอียดเชิงลึกหาอ่านจากเว็บไซต์การเงินต่างๆ ได้เลยครับ มีเพียบ)

อ้อ! แต่บอกไว้ก่อนว่าข้อนี้จะใช้ได้ผลกับคนที่มีรายได้อยู่ในจุดที่ต้องเสียภาษี และต้องคำนวนจากจำนวนรายได้ต่อปีอีกด้วยว่าเราจะซื้อ LTF/RMF ได้เท่าไร ซึ่งหากวางแผนทางการเงินดีๆ ไม่เอาเงินไปซื้อ Gadget ทั้งหลายหมดเสียก่อน เราก็จะสามารถเสียภาษีในอัตราที่น้อยมากๆ หรือได้รับการยกเว้นเลยด้วย แถมเงินที่ซื้อ LTF/RMF ไปก็ไม่ได้เสียเปล่า เพราะถอนคืนได้ตามเวลาที่กำหนดอีกแน่ะ

แต่หากไม่วางแผนตั้งแต่ตอนนี้ เราอาจจะต้องเสียทั้งภาษีเกินความจำเป็น และเสียเงินซื้อ iPhone 6 มาใช้งาน แถมต้องขายเครื่องเก่าในราคาขาดทุนสุดขีดอีกต่างหาก! ฟังดูไม่เข้าท่าเลยใช่ไหม!

3. เพราะบางคน มีโปรโมชั่นใช้งานฟรี รอบบิลเดือนที่ 21-24 อยู่

3

หลายคนได้ยินหัวข้อนี้อาจจะเพิ่งนึกได้ ว่า เออแฮะ! เราเคยสมัครแพ็คเกจที่มาพร้อมกับเครื่อง ซึ่งในนั้นระบุไว้ว่าเราจะใช้งานได้ฟรีในรอบบิลที่ 21-24 ซึ่งหากคิดเล่นๆ ว่าถ้าเราซื้อเครื่องเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน พร้อมแพ็คเกจแบบนี้ ช่วงเวลานี้ก็น่าจะเป็นช่วงที่ใกล้จะถึงรอบบิลที่ได้ใช้ฟรีแล้ว ซึ่งหากแพ็คเกจรายเดือนของคุณเสียเงินเดือนละประมาณ 800 บาท เท่ากับว่าเราได้ใช้งานฟรีๆ 3,200 บาท (4 รอบบิล) เลยทีเดียว ถือว่าคุ้มใช้ได้

ที่ต้องเอามาเตือน ก็เพราะว่าหากเราซื้อ iPhone 6 พร้อมแพ็คเกจใหม่ แพ็คเกจเก่าที่มีการใช้งานฟรีก็จะถูกยกเลิกทันที และเริ่มนับรอบบิลที่ 1 ใหม่ ซึ่งถือว่าน่าเสียดาย แต่หากใครจะซื้อเครื่องเปล่ามาใช้กับแพ็คเกจเก่าเพื่อจะเอารอบบิลฟรี ก็ต้องซื้อแบบเครื่องเปล่าซึ่งจะต้องจ่ายแพงกว่าซื้อพร้อมแพ็คเกจอีกประมาณ นึงเลย ฟังดูปวดหัวพอสมควรใช่ไหมล่ะ!

4. เพราะกางเกงยีนส์ของเรา ไม่สามารถยัด iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ได้อีกต่อไป

4

กางเกงยีนส์ถือว่าเป็นกางเกงที่ได้รับ ความนิยมในทุกเพศทุกวัย ใส่กันแทบทุกวัน ทุกงาน ซึ่งหากใครที่ใช้กางเกงยีนส์แบบผ้าดิบ ก็จะรู้ดีถึงความแน่นและฟิตเข้ารูปของกางเกง ชนิดที่ว่าขนาดใส่ iPhone 5s ยังรู้สึกแน่น และอึดอัดพอสมควร แล้วพอมาเป็น iPhone ขนาดจอใหญ่กว่าอย่าง iPhone 6 / 6 Plus ล่ะ แน่นอนว่าลำบากแน่!

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ จะมีกางเกงยีนส์บางยี่ห้อและบางรุ่น ที่สามารถยัด iPhone 6 ลงไปได้ทั้งเครื่อง (กระเป๋าใหญ่มาก หรือไม่ก็เป็นผ้าแบบนิ่มๆ) แต่ความลำบากก็จะเกิดขึ้นในตอนนั่งอยู่ดี โดยเฉพาะผู้ชายตัวเครื่องจะแทง... เอ่อ... แทงขาอ่อนก็แล้วกัน (ฮา) และอีกปัญหาหนึ่งที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วก็คือ สีของกางเกงยีนส์จะสามารถตกใส่ขอบพลาสติกสีขาวรอบๆ ตัวเครื่อง iPhone 6 ได้ และแน่นอนว่าสี Indigo ที่มากับกางเกงก็ใช่ว่าจะเช็ดออกง่ายๆ ซึ่งก็สร้างความลำบากในการรักษาเข้าไปอีก

ส่วนการจะใส่ไว้ที่กระเป๋าหลัง ก็เสี่ยงกับการนั่งทับแล้วงอเป็นสะพานโค้งสุดๆ ซึ่งทางออกเดียวก็คือต้องพกกระเป๋าสะพายแยกไว้เลย ซึ่งอาจจะลดความคล่องตัวของใครหลายๆ คนลงไปได้เหมือนกัน

5. เพราะ iPhone 6 ไม่เหมาะกับคนมือเล็ก

จริงอยู่ที่ Apple ฉลาดพอที่จะสร้างระบบ Accessibilty ที่ทำให้เราดับเบิ้ลแทปที่ Touch ID เพื่อดึงหน้าจอลงมาให้ใช้งานสะดวกขึ้นได้ แต่ในการใช้งานจริง หากต้องถือมือเดียวแล้วใช้ระบบนี้บ่อยๆ ก็จะสร้างความรู้สึกไม่ค่อยต่อเนื่องได้เหมือนกัน ซึ่งคนที่มือเล็กและนิ้วสั้น (เหมือนผม) ก็ต้องอาศัยการใช้สองมือมาเล่นเท่านั้น ถึงจะพอโอเค

นอกจากนั้นการออกแบบตัวเครื่องให้โค้งๆ แบบที่เราเห็น มันจะเพิ่มความลื่นและเพิ่มโอกาสในการทำหลุดมือได้ง่ายๆ เลยสำหรับคนที่ถือได้ไม่เต็มฝ่ามือ พอจะใส่เคสกันลื่นเครื่องก็ยิ่งใหญ่เข้าไปอีก โอ้ย! เป็นคนมือเล็กมันช่างลำบากซะจริง!

6. เพราะคุณยังไม่มี MacBook ใช้

6

ข้อนี้อาจจะฟังดูแปลกไปหน่อย แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่มี MacBook ไว้ใช้งาน เราอยากจะชี้ให้เห็นว่าราคาค่าตัวของ iPhone 6 นั้นเทียบเท่า MacBook Air หลายๆ รุ่นได้เลย หรืออาจจะเพิ่มเงินในระดับที่ไม่โหดมาก ก็จะได้ MacBook Pro Retina ตัวแรกๆ แล้ว ซึ่งบอกได้เลยว่าหากใครที่ยังไม่เคยใช้งานคอมพิวเตอร์จาก Apple การเสียเงินระดับ 30,000 กว่าบาท มาซื้อใช้เป็นครั้งแรก น่าจะเป็นไอเดียที่ดีกว่ามาก

แต่เอาน่ะ! หากคุณเป็นคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องคอมพิวเตอร์เลย อยากได้ iPhone 6 แบบจัดๆ เหตุผลข้อนี่ก็คงทำอะไรคุณไม่ได้

7. เพราะ Apple จะออก iPhone 6s ในอนาคต

7

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากปีหน้า Apple จะออก iPhone 6 รุ่นใหม่ โดยเพิ่มตัว s เข้าไปเป็น iPhone 6s และอัพเกรดเสปคภายในเล็กๆ น้อยๆ แต่ลองมานั่งคิดดูดีๆ ไอ้เล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเพิ่มเข้ามานี่ก็น่าสนเหมือนกัน!

อย่างแรกคือเรื่องของกล้อง ปัจจุบัน iPhone 6 ให้กล้องความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซลเทียบเท่า iPhone 5s แต่มีการอัพเกรดเซ็นเซอร์รับภาพ และระบบโฟกัส จนสามารถถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้เทพกว่าเดิมมากๆ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเซ็นเซอร์สุดเทพนั้น มาคู่กับความละเอียด 10-12 ล้านพิกเซลใน iPhone 6s ด้วย

รวมไปถึงสิ่งที่พอมีความหวังอย่าง การยัดเอาห่วงวงกลมที่ยื่นออกมาจากระนาบเครื่องตรงเลนส์กล้องเข้าไปใน เครื่องให้ได้ โอเค! ปัจจุบันนี้การทำกล้องให้บางลงจนไม่มีอะไรยื่นออกมาอาจจะมีต้นทุนที่สูง Apple เลยจำเป็นต้องสร้างกล้องให้ยื่นออกมาอย่างที่เราเห็น แต่หากอีกซักหนึ่งปีข้างหน้า ก็น่าจะเริ่มมีเทคโนโลยีที่ทำให้กล้องบางลงได้บ้าง จนเรียบเนียนไปกับเครื่อง ซึ่งตอนนั้นแหละจะเป็นเวลาที่ iPhone 6 เฟอร์เฟคที่สุด (แต่ก็ต้องกังวลกับ iPhone 7 กันต่อไป 555)

8. เพราะ Apple กำลังจะวางขาย Apple Watch ต้นปีหน้า

8

ลืมนาฬิกาสุดเท่อย่าง Apple Watch ไปหรือยังครับ? โดยทาง Apple ประกาศว่าจะได้เริ่มขายจริงช่วงต้นปี 2015 ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ 12,000 กว่าบาท ซึ่งแน่นอนว่าราคานี้ก็จะเป็นตัวที่ออปชั่นต่ำที่สุด ซึ่งหากใครเล็งรุ่นสูงๆ สีสวยๆ ออปชั่นเยอะๆ เชื่อว่าอาจจะต้องกำเงินไว้รอเลยไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท แน่นอนว่าการมี Apple Watch อยู่บนข้อมือ และมี iPhone 5s รุ่นเก่าที่ไม่ได้เปลี่ยนอยู่ในกระเป๋า น่าจะช่วยเสริม Look ของเราให้ดูดีกว่าการถือ iPhone 6 ที่มีกันทั่วบ้านทั่วเมืองโดดๆ ล่ะ

ดังนั้น การเก็บเงินที่จะเอาไปอัญเชิญ iPhone 6 มาอยู่ที่บ้าน เพื่อรอจัดของหนักอย่าง Apple Watch ตัวท็อป สีสวยๆ ก็ดูจะเป็นไอเดียที่ดีใช้ได้เหมือนกัน

9. เพราะทุกวันนี้ยังเดือนชนเดือนอยู่เลย

หัวข้อนี้มีความหมายในตัวมันอยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม T-T

ส่งท้าย

เหตุผลทั้ง 9 ข้อ อาจจะไม่ใช่เหตุผลที่จริงที่สุด และใช่ที่สุด สำหรับคนทุกคน ซึ่งผมก็เชื่อว่ามีคนอีกมาก ที่สามารถซื้อ iPhone 6 ได้โดยไม่ต้องพึ่งเหตุผลได้ๆ นอกจากความชอบ ดังนั้นก็ขอให้คิดว่าบทความนี้ทำมาเพื่อช่วยชีวิต (ขนาดนั้นเลย) คนที่รู้สึกว่าไม่อยากได้ iPhone 6 จริงๆ อ่ะ แต่กำลังโดนกระแสคนรอบข้างพาไปจนเริ่มเคลิ้ม หวังว่าคงช่วยได้นะครับ

 

 

โปรแกรมหวย